มาตรฐานใหม่ของระบบบัญชี CD Organizer

มักมีคนสอบถามผมอยู่เสมอว่า ควรเลือกซื้อ ระบบบัญชี ของผู้ผลิตรายใดดี เพราะ มีให้เลือกอยู่มากมายหลายราย ซึ่งผมก็ให้หลักเกณฑ์ เป็นมาตรฐาน ในการตัดสินใจ ไว้เป็นประเด็นหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

  1. ต้องใช้งานง่าย
    ผู้ใช้งานในแต่ละบริษัท จะมีหลากหลายประเภท ความรู้แตกต่างกันหลายระดับ โปรแกรมบัญชี ที่ดีต้องใช้งานง่าย แม้พนักงานที่จบแค่เพียงชั้นประถม ก็สามารถทำความเข้าใจ และใช้งานได้ โดยการศึกษาได้จาก หน้าจอทำงาน ได้ด้วยตนเอง
  2. ต้องมีความยืดหยุ่น
    ความยืดหยุ่น ในที่นี้ หมายถึง ความยืดหยุ่น ในการประยุกต์ ให้สามารถใช้งานได้กับ ประเภทธุรกิจ ได้หลากหลาย ธุรกิจ ที่ระบบบัญชีส่วนใหญ่ไม่สามารถ นำไปใช้งานได้ เช่น ธุรกิจ ขาย ไม้, หิน, ข้าว, เหล็ก, ผ้า, ขายฝาก, ชิปปิ้ง เป็นต้น
  3. ความถูกต้องในการทำงาน
    ในการทำงานของระบบ เมื่อมีการป้อนรายการ 1 รายการ ข้อมูลจะถูกนำไปบันทึก ในแฟ้มข้อมูล หลายๆ จุด พร้อมๆ กัน ตัวอย่างเช่น เมื่อป้อน รายการบิลขาย ระบบนอกจากจะพิมพ์ใบส่งของ/ ในกำกับภาษี ออกกระดาษแล้ว ภายในเครื่อง จะไปบันทึกขัอมูลอีกมากมาย เช่น บันทึกตั้งลูกหนี้, ทำรายงานภาษีขาย, ตัดสต็อกสินค้า, สรุปยอดขายตามลูกค้า/ พนักงานขาย/ สินค้า หรือแม้กระทั่งทำหน้าที่แทนนักบัญชีลง DR , CR และออกรายงานงบการเงินต่างๆ ได้ อัตโนมัต
  4. ความคล่องตัวของบริษัท
    ลองคิดดูซิครับว่า ถ้าวันดี คืนดี กรมสรรพากร ออกกฎเกณฑ์บางอย่างขึ้นมาใหม่ จะเกิดอะไรขึ้น ?
  5. ความมั่นคงของบริษัทผู้ขาย
    วงการนี้ ใน 10 ปี ที่ผ่านมา จะมีระบบบัญชี รายใหม่ๆ ผลิตออกมา อยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยการแข่งขันทางธุรกิจ จะเห็นได้ว่า บริษัทใหม่เหล่านั้น สามารถดำเนินกิจการ อยู่รอดได้ น้อยมาก
  6. บริการหลังการขาย
    หากเราเลือกนำระบบบัญชี รายใด มาใช้งานในบริษัท นั่นหมายความว่า ทุกวัน คุณต้องเกี่ยวข้องกับระบบบัญชีรายนั้นๆ ดังนั้น เมื่อการทำงานติดขัด คุณต้องสามารถได้รับการบริการได้อย่างรวดเร็ว
  7. หุ้นส่วนของบริษัท มีส่วนในการพัฒนาโปรแกรม
    ในการพัฒนาระบบบัญชี ต้องเขียนโปรแกรม นับเป็น ล้านบรรทัด ลอกนึกภาพดู ถ้าพนักงานคนนั้น ลาออก พนักงานคนใหม่จะสามารถ ทำงานแทนได้? และถ้า อีก 2 ปี พนักงานใหม่ คนนั้นเกิดลาออกอีก ?

ได้รับเชิญลงบทความในนิตยสาร IT.SOFT